2009/Dec/20

วันที่สามแล้วในเซี่ยงไฮ้ โปรแกรมวันนี้ก็ยังคงเป็นการออกไปทัวร์ในเมืองเช่นเคย โดยเป้าหมายของเราวันนี้คือ Shanghai Museum of Science and Technology (SMST) ครับ

เราออกเดินทางด้วยรถบัสที่ทาง organizer จัดไว้ให้่เช่นเคย ระหว่างทางสตาฟท์ก็บอกว่าให้ดูด้านซ้ายมือ เป็นอนุสาวรีย์ซึ่งสร้างให้เหมือนกับนาฬิกาแดดสมัยโบราณของจีน แต่เป็นการออกแบบที่ "โมเดิร์น" กว่า ตอนแรกผมเห็นแล้วนึกว่าเป็นจานดาวเทียมซะอีก

 

 และหลังจากนั้นก็ผ่าน Shanghai Art Museum อีกที่หนึ่งที่น่ามาเที่ยวเหมือนกัน

และก็มาถึง SMST

ก่อนจะไปผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากเนื่องจากคิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ แต่ปรากฎว่าผมคิดผิดครับ! ผิดมากๆ ด้วยเนื่องจาก SMST เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีมากๆ และสมบูรณ์มากๆ เทียบได้กับพิพิธภัณฑ์ Smithsonian ที่ Washington DC หรือ Field Museum ที่ Chicago เลยทีเดียว จะดีอย่างไรไปดูกันเลยครับ

หลังจากผ่านทางเข้า ก็จะเริ่มที่ Animal's World ซึ่งรวบรวมสัตว์มากมายหลากหลายชนิดจากทุกทวีปมารวมกัน ไม่แน่ใจว่าสัตว์ที่เห็นเป็นหุ่นหรือสัตว์สตาฟท์ แต่ทำได้เหมือนมากทีเดียว

ผมชอบเจ้าตัวนี้ หน้าตาน่ารักดี แต่ท่าทางจะดุไม่ใช่เล่น

 

 จากนั้นเป็นโซนสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เจ้าตัวนี้คือพารามีเซียม (มั้ง?) ดูแล้วขนลุก บรื๋อออ

เมื่อพ้นเจ้าสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวเหล่านี้แล้ว ก็จะเป็นโลกของสัตว์เลื้อยคลานและแมลง ที่เจ๋งก็คือเจ้าพวกนี้มันขยับได้ด้วย! เช่นเจ้างูอนาคอนดาัตัวนี้

ระหว่างเดินข้ามฟากไปอีกด้านหนึ่ง ก็เห็นเด็กๆ กลุ่มใหญ่ คาดว่าโรงเรียนคงพามาทัศนศึกษา แย่งกันซื้อขนมใหญ่เลย เด็กที่นี่แก้มแดงๆ น่ารักดีครับ

 

ต่อมาเป็นโลกของหุ่นยนต์ครับ อาจจะไม่มีหุ่นยนต์เทคโนโลยีขั้นสูงเหมือนน้องหนู Asimo ของญี่ปุ่น (แหงหล่ะ ก็เขาเป็นเจ้าแห่งหุ่นยนต์หนิ) แต่ก็มีหุ่นยนต์อย่างง่ายๆ หลากหลายชนิดและหลายหลายความสามารถให้คนไปเล่นด้วยได้

เช่น เจ้าตัวนี้สามารถเล่นโกะกับคนได้สองกระดานพร้อมๆ กัน

หรือเจ้าหุ่นยนต์นักดนตรีตัวนี้ ที่สามารถเล่นเปียโนได้อย่างเพราะพริ้ง แถมมีเนื้อแบบคาราโอเกะให้คน(จีึน) ขึ้นไปร้องได้อีกต่างหาก

เดินต่อมาเรื่อยๆ ก็พบกับโลกแห่งคอมพิวเตอร์และการสื่อสารครับ ในโซนนี้มีแบบจำลองขนาดใหญ่ของอุปกรณ์ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ต่างๆ และมีเครื่องเล่นที่อธิบายการทำงานอย่างง่ายๆ ของอุปกรณ์แต่ละชิ้นด้วย ที่ผมชอบที่สุดคือ เครื่องสอนการส่งข้อมูลผ่านเน็ตเวิร์คเครื่องนี้ ซึ่งใช้ลูกพลาสติกกลมๆ คล้ายลูกสนุกเกอร์แทนข้อมูลแต่ละบิต ใช้สีดำและขาวแทน 0 และ 1  เมื่อนำมาเรียงกัน 8 ลูก (8 บิต) แล้วกดส่งออกไปจากสถานีต้นทาง (source)  เจ้าลูกกลมเหล่านั้นก็จะกลิ้งผ่านราง (ซึี่งออกแบบมาอย่างดี) ไปยังอีกสถานีนึงที่เราเลือกให้เป็นผู้รับข้อมูล  (destination)

 ฟู่ววว.... เดินมาแป๊บๆ ก็เที่ยงซะแล้ว ก็เลยลงไปที่ชั้นใต้ดินเพื่อทานอาหารกลางวัน ผมเลือกก๋วยเตี๋ยวเพราะอยากกินอะไรร้อนๆ แต่ปรากฎว่าสั่งมาแล้วหน้าตาไม่เหมือนตัวอย่างที่โชว์อยู่เลย แถมไม่อร่อยอีก เนื้อก็ไม่มี มีแต่ผักกับเส้น ฮือๆๆ 

 กระป๋องโค้กที่จีนเป็นแบบนี้ ผมอ่านไม่ออกแต่เดาว่าคงเขียนว่า "โคคา โคลา" 

อิ่มแล้ว ก็ออกเดินต่อเพื่อย่อยอาหาร โซนต่อมาเป็นโซนทรัพยากรธรรมชาติ มีเรื่องเกี่ยวกับหิน, แร่, และน้ำมันครับ ไม่น่าสนใจเท่าไหร่สำหรับผม ผมเลยเดินเร็วๆ ฮ่าๆ

 ขาเิริ่มเมื่อยหลังจากเดินมาเกือบสี่ห้าชั่วโมง แต่ยังไม่ยอมแพ้ครับ วันนี้ถ้าดูไม่ครบก็ยังไม่กลับ ฮึ่ม!

ผ่านมาที่โซนอวกาศ ซึ่งจีนเขาปลื้มมากที่เป็นชาติที่สามที่สามารถส่งยานอวกาศที่มีมนุษย์อยู่ออกไปนอกโลกได้ เมื่อไหร่จะถึงตาเมืองไทยบ้างหนอ

ลำที่ส่งออกไปคือลำนี้หล่ะครับ

 จากนั้นเดินไปที่โซนติดกันคือ "มนุษย์และสุขภาพ (Human and Health)"  ซึ่งผมได้เจอกับไอ้นี้ครับ ทำเอาผมช๊อคไปเลย

มันแสดงเส้นเลือดทั้งหมดในขามนุษย์ครับ อันนั้นไม่น่าช๊อคเท่าไหร่ แต่ที่ช๊อคก็คือมันดูเหมือนจริงมากๆ จนผมคิดว่ามันน่าจะเป็นขาของคนจริงๆ อืม...ไม่รู้ว่าขาใครนะเนี่ย แต่ก็ถือว่าได้ทำประโยชน์ให้แ่ก่มนุษยชาติอย่างเต็มที่จริงๆ  

โอยย..เหนื่อยๆ ในที่สุดก็มาถึงโซนสุดท้ายซึ่งเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ง่ายๆ สำหรับเด็ก มีอุปกรณ์ให้เล่นมากมายจนเล่นไม่หมด (หรือว่าเพราะเหนื่อยแล้ว) ก็เลยเดินผ่านๆ ไปหลายอันอยู่

แล้วก็ เย้!!! จบซะที (อ้าว ดีใจทำไมเนี่ย ) เนื่องจากอยู่นานกว่าเวลารถบัสกลับโรงแรมจึงต้องกลับเองด้วยรถไฟใต้ดิน ออกมาข้างนอกแล้วก็ขอถ่ายรูปอำลาอีกซักหนึ่งรูป จะเห็นว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่มากๆ ผมว่าถ้าจะดูให้ครบอย่างละเอียดจริงๆ อาจจะต้องใช้เวลาถึงสองสามวันเลยทีเดียว

สรุปว่าวันนี้สนุกมากๆ เอ พรุ่งนี้จะไปที่ไหนต่อนะ

edit @ 20 Dec 2009 16:53:59 by อั้น

edit @ 20 Dec 2009 16:58:31 by อั้น

edit @ 20 Dec 2009 16:59:07 by อั้น

Comment

Comment:

Tweet


อั้น
View full profile